Profil för วริษฐ์Yo-KungFotonBloggListorMer Verktyg Hjälp

Blogg


den 13 december

หัวข้อการพูดคุย ขอแรงปรารถนาผ่านดวงดาวให้เธอกลับคืนมา

 

ข้อความ

ขอแรงปรารถนาผ่านดวงดาวให้เธอกลับคืนมา
   

ขอแรงปรารถนาผ่านดวงดาวให้เธอกลับคืนมา

จากวันแรกที่เราพบกันโดยบังเอิญ ฉันเดินผ่านหน้ากล้องถ่ายรูปของเธออย่างรีบเร่งเพราะกำลังจะไปทำงานสาย

ฉันก็แค่ช่างเสริมสวยคนหนึ่งที่ซุ่มซ่าม เฟอะฟะ ฉันไม่คิดว่าช่างถ่ายรูปมืออาชีพอย่างเธอจะจดจำฉันได้

ต่อมาเราได้พบกันอีกครั้งในร้านทำผมที่ฉันทำงานอยู่ ฉันดีใจมากที่ได้เห็นเธอเข้ามาเป็นลูกค้า

แต่ก็เพราะความเปิ่นของฉันที่ทำให้แชมพูสระผมเข้าตาของเธอ จนเธอลืมหมวกไว้ในร้าน เธอจะโกรธไหมเนี่ย...

ฉันเฝ้าตามหาเธอ และในที่สุดฉันก็ได้เจอสตูดิโอของเธอ ฉันดีใจมากที่เธอไม่โกรธฉัน และดีใจที่ยังจำกันได้

ฉันคืนหมวกใบนั้นให้เธอ เธอชวนให้ฉันอยู่ดูการทำงานของเธอ เธอให้ฉันได้ลองเป็นนางแบบสมัครเล่นหน้ากล้อง

วันเวลาผ่านไป คำว่า"เรา"ได้เข้ามา ทำให้ฉันได้รู้ว่าเธอเป็นคนดีแค่ไหน ไม่ว่าเธอจะทำอะไรฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเรา ทำให้น้ำยาล้างรูปที่เธอเผลอวางไว้บนหิ้งหกใส่ตาทั้งสองข้างของฉัน ฉันกลายเป็นคนที่มองไม่เห็นอีกต่อไป

ในคืนวันที่มืดมัว ไม่มีแม้แสงสลัวให้ได้สร้างความหวังอีกเลย แม้นแต่เธอ คนที่ฉันรัก เธอหายไปจากโลกของฉัน ฉันไม่ได้ยินเสียงของเธอตั้งแต่วันนั้น

เธอไม่รักฉันแล้วใช่ไหม... แล้ววันที่มืดหม่นก็ได้จางหายไป มีคนใจดีบริจาคดวงตาให้ฉัน ฉันจะได้เห็นเธออีกครั้ง จากวันนั้นที่ฉันมองเห็น ฉันเฝ้าตามหาเธอ

อยากจะบอกให้เธอรู้ว่า ฉันรักเธอแค่ไหน ฉันไม่เคยโกรธเธอเลยสักนิดเดียว เธออยู่ที่ไหน ได้โปรดกลับมาหาฉันเถอะ สุดท้ายภาพที่ฉันเห็น

ไม่จริง!!! ทำไมดวงตาคู่นี้ที่ฉันมองผ่านกระจกถึงได้เป็นดวงตาคู่ที่คุ้นเคยเหลือเกิน เธอคือคนใจดีคนนั้นที่บริจาคดวงตาทั้งสองข้างให้กับฉัน

เธอยอมเป็นคนที่มองไม่เห็นเพื่อชดเชยความผิดที่ตัวเองทำ แต่ฉันไม่ต้องการเช่นนั้น ฉันอยากให้เธอกลับมาเหมือนเดิม ฉันขออ้อนวอนต่อดวงดาว

den 11 december

ตามตัว

 ทำการสิ่งใดย่อมเป็นเสมือนเงาตามตัว

แม้ผิดก็ต้องรับผลกรรม โดยไม่มีการอภัยหรือยอกย้อน

โดยการผ่อนผันนั้นไม่มี หาผู้ช่วยเหลือไม่ได้ เข้าทำนองที่ว่า

 

          ทำดีดีจักคุ้ม       ครองตน

       ทำชั่วชั่วจักดล       เดือดร้อน

      หว่านพืชก็ได้ผล      ดังหว่าน ไว้นา

บุญบาปธรรมดาย้อน      ตอบโต้ตามสนอง

den 8 december

คำสอนของหลวงพ่อจรัญ

ชีวิตคนเราต้องฝืน จึงจะเป็นชีวิตที่มีความเจริญ

ต้องรู้จักขยัน ใคร ๆ ก็ต้องการความสะดวก สบาย หากเราฝืนใจได้ เราก็จะเป็นผู้ชนะตน

ชนะตนเองได้ ก็เเหมือนกับชนะคนทั้งโลก

จงอโหสิกรรม อย่าจองล้างจองผลาญ

ยามที่สบายใจ จงแผ่เมตตาให้เขา

ต้องรู้จักเลี้ยงสังขาร และ ใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่นำสังขารไปสู่อบายมุข เลี้ยงอย่างไร และใช้อย่างไรจึงจะถูกต้อง เราต้องรู้เอง

ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีการสูญเสียใด ๆ ที่น่าเสียใจ เท่ากับกับ การเสียเวลา

เพียงหนึ่งวินาทีก็เท่ากับสูญเสียส่วนหนึ่งของชีวิต

อายุที่เราได้นั้น คือชีวิตที่เราสูญเสียไป

ความกังวลใจ คือ ศัตรูของชีวิต

อดีต..คือความฝัน อนาคต..คือความไม่แน่นอน ปัจจุบันเท่านั้นที่เราจะแก้ไขได้

ไม่มีใครสร้างความเดือดร้อนให้แก่เราได้ นอกจากตัวเราเอง
สาธุ สาธุ
den 4 december

โยคุง

เวลาผ่านไปเร็วจัง จะสิ้นปีอีกแล้ว เราก็จะอายุเพิ่มขึ้นอีก คิดถึงเวลาที่ผ่านไป คนที่จากเราไป สิ่งที่เราได้มาตลอดทั้งปี เฮ้อ....
ปีใหม่อยากกินเค้กอร่อยๆๆ แค่นี้ก็พอใจแล้ว ขอให้ปีใหม่ที่มาถึง เป็นสิ่งที่ดีๆ ใหม่ๆ สำหรับตัวเราและทุกๆคน
 
เรื่องร้ายๆ เหตุการณ์ต่างๆเป็นบทสอบตัวเรา ว่าเราควรค่าได้รับของขวัญหรือสิ่งที่เราต้องการมันมาโดยตลอด ถ้าเราผ่านและข้ามมันมาได้ นั้นคือเราผ่านมาล้วอีกบทหนึ่ง
เราก็ใกล้ที่ควรค่าจะได้รับสิ่งๆนั้น   ของขวัญสิ่งที่สำคัญนั้น จะมีความสำคัญมากเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าเราได้มันมายากและได้จากความต้องการของเราจริงๆ เราจะเห็นถึงความสำคัญของมัน
ขอให้จงตั้งใจ อดทน วันนั้นจะถึงคิวของเราจากการที่เราได้เข้าแถวมานาน ระหว่างทางอาจมีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเหราะ และความเสียใจร้องให้ ล้วนเป็นบททดสอบตัวเราทั้งนั้น
den 26 augusti

ความรักที่บริสุทธิ์

ในโลกนี้มีอะไรหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้ แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมอยากเรียนรู้ที่สุดในตอนนี้ก็คือรู้จักความรัก
 
ความรักที่บริสุทธิ์
ความรักที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน
ความรักที่มีแต่ให้
 
 
 
 
den 23 augusti

คนเดินดิน

แค่เพียงคนเดินดิน ไม่ได้ดิบดีอะไร

มีแต่ใจให้เธอเท่านั้น

ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีเดือนดาวร้อยพัน

แค่มีดอกไม้

เท่านั้นมาให้เธอ



 *ไม่ใช่ใครบางคน ไม่มีเวทย์มนต์ใดๆ

แค่ผู้ชายที่พูดจริงเสมอ

ไม่มีแก้วแหวนที่ล้ำค่า ไม่มีปัญญาเลิศเลอ

ที่มีให้เธอก็เพียงลมหายใจ



**จะโอบกอดเธอด้วยสองมือเปล่า

จะมีเพียงเราสองคนตลอดไป

ถ้าหากว่าเธอยินดี ฉันก็มั่นใจ

จะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง

จะทำเพื่อเธอให้ถึงที่สุด

จะวางชีวิตไว้เป็นเดิมพัน

และนี่คือคำสัญญา ของผู้ชายอย่างฉัน

จะขอรักเธอคนเดียว



*ไม่ใช่ใครบางคน ไม่มีเวทย์มนต์ใดๆ

แค่ผู้ชายที่พูดจริงเสมอ

ไม่มีแก้วแหวนที่ล้ำค่า ไม่มีปัญญาเลิศเลอ

ที่มีให้เธอก็เพียงลมหายใจ



**จะโอบกอดเธอด้วยสองมือเปล่า

จะมีเพียงเราสองคนตลอดไป

ถ้าหากว่าเธอยินดี ฉันก็มั่นใจ

จะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง

จะทำเพื่อเธอให้ถึงที่สุด

จะวางชีวิตไว้เป็นเดิมพัน

และนี่คือคำสัญญา ของผู้ชายอย่างฉัน

จะขอรักเธอคนเดียว....... จะรักเธอเพียงคนเดียว

 
den 2 augusti

ช่างไม้

ยังมีช่างไม้ฝีมือดีคนหนึ่ง ต้องการที่จะเกษียณตัวเอง
เนื่องจากอายุมาก  และคิดว่าตนเองเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมามากแล้ว      
เขาบอกความต้องการนี้กับนายจ้าง
เมื่อนายจ้างทราบแล้วก็รู้สึกเสียดายมาก      
แต่เพื่อให้ช่างไม้สบายใจจึงอนุญาต
โดยขอร้องให้ช่างไม้สร้างบ้านหลังสุดท้ายก่อนเกษียณ
เมื่อช่างไม้สร้างบ้านหลังสุดท้ายเสร็จแล้ว  ปรากฎว่าบ้านหลังนี้ขาดความปราณีต
วัสดุใช้แบบที่ด้อยคุณภาพ
เนื่องจากช่างไม้ทำเพื่อให้งานผ่านไปอย่างเร็วเท่านั้นเอง
นายจ้างที่เห็นบ้านดังกล่าวรู้สึกเศร้าใจมากขึ้น  เขาบอกกับช่างไม้ว่า
"นี่คือบ้านของคุณ ผมขอมอบให้เป็นของขวัญตอนเกษียณอายุ"
ช่างไม้ได้ยินแบบนั้น ถึงกับตกใจและอุทานว่า เสียดายจริง  
ถ้าเรารู้ว่ากำลังสร้างบ้านของตัวเอง เราคงจะทำด้วยความตั้งใจมากกว่านี้
ข้อคิดสำหรับเรื่องนี้ก็คงคล้ายกับชีวิตของเราทุกคนที่กำลังสร้างชีวิตของเราทุกวัน
ด้วยการสั่งสมสิ่งต่าง ๆ  วันละเล็กวันละน้อย
บ่อยครั้งเราไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
และเมื่อวัน ๆ หนึ่งมาถึง
เราก็จะตระหนักว่าเราต้องใช้ชีวิตกับสิ่งที่เราได้เคยสร้างไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด
เมื่อวันนั้นมาถึง เรามักจะคิดว่า  ถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้
เราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่นั่นเป็นไปไม่ได้
พวกเราทุกคนเปรียบเสมือนช่างไม้ ในทุก ๆ วัน  พวกเรากำลังตอกตะปู
วางแผ่นกระดาน
หรือแม้แต่เลือกกำแพงให้กับชีวิตของตัวเอง  ดังคำพูดที่ว่า
"ชีวิตคือสิ่งที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง"
ทัศนคติ ความคิด
และทางเลือกต่าง  ๆ ที่พวกเราได้ตัดสินใจทำลงไปในวันนี้
 ก็เสมือนกับการสร้างบ้าน
ที่เราจะต้องอยู่กับมันตลอดไป  ดังนั้นจงสร้างบ้านด้วยความฉลาด และ มีสติ
จำไว้ว่า
"จงทำงานเหมือนกับว่าเราไม่ต้องการเงินทอง"
"จงทำงานโดยต้องคิดว่าวันหนึ่งเราอาจจะต้องไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องเป็นผู้สร้าง
หรือ ผู้ควบคุมการสร้างนั้น"
"จงรักราวกับว่าไม่เคยเจ็บ"
"จงเต้นรำราวกับว่าไม่มีใครจ้องมอง"